17/01/2022

dailyflytyer.com

dailyflytyer.com

วิลเฟร็ด เอ็นดีดี้ ถูกเรอัล มาดริด เล็งทาบตัวเข้ามาเสริมทัพซัมเมอร์หน้า

1 min read
วิลเฟร็ด เอ็นดีดี้

เรอัล มาดริด มหาอำนาจลูกหนังแห่งเวที ลา ลิกา สเปน ตกเป็นข่าวว่า กำลังให้ความสนใจที่จะดึงตัว วิลเฟร็ด เอ็นดีดี้ (Wilfred Ndidi) มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติไนจีเรียของทีม “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” เลสเตอร์ ซิตี้ ไปเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า เพื่อเป็นตัวแทนระยะยาวของ “การ์ลอส กาเซมีโร่” ที่อายุแตะหลัก 30 ปี โดยสื่อดังแดนกระทิงดุได้ออกมารายงานว่า ทีมดังแห่งถิ่น คิงพาวเวอร์ สเตเดียม ตั้งค่าหัวห้องเครื่องวัย 24 ปี ไว้สูงเกินครึ่งร้อยล้านยูโรเลยทีเดียว

เรอัล มาดริด เล็งทาบห้องเครื่อง “เลสเตอร์” เสริมทัพซัมเมอร์หน้า

เรอัล มาดริด อาจต้องทุ่มอย่างน้อย 60 ล้านยูโร คว้าตัว วิลเฟร็ด เอ็นดีดี้

มุนโด้เดปอร์ติโบ สื่อดังของสเปนได้ออกมารายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาว่า “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด กำลังพิจารณาที่จะคว้าตัว “วิลเฟร็ด เอ็นดีดี้” กองกลางวัย 24 ปี ของทีม “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” เลสเตอร์ ซิตี้ ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปเสริมทัพในช่วงตลาดซื้อ-ขายเดือนมิถุนายนปีหน้า หลังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับต้นสังกัดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นกำลังสำคัญช่วยทัพ “จิ้งจอก” คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ เมื่อฤดูกาลที่แล้วมาครองได้สำเร็จ  โดยคาดกันว่า ผู้บริหารของถิ่น คิงพาวเวอร์ สเตเดียม ได้ตั้งค่าหัวของดาวเตะชาวไนจีเรียไว้สูงถึง 60 ล้านยูโร หรือประมาณ 2,246 ล้านบาท ซึ่งนอกจาก เรอัล มาดริด แล้ว ยังมี “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังให้ความสนใจดึงตัวห้องเครื่องรายนี้ไปร่วมทีมด้วยเช่นกัน

วิลเฟร็ด เอ็นดีดี้ มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติไนจีเรีย

ทั้งนี้ เป็นที่เข้าใจกันว่า เรอัล มาดริด หวังดึง เอ็นดีดี้ ไปเป็นตัวแทนระยะยาวของ “การ์ลอส กาเซมีโร่” กองกลางทีมชาติบราซิลที่แม้จะยังคงรักษามาตรฐานได้ค่อนข้างคงเส้นคงวา แต่ก็อายุแตะหลัก 30 ปี แล้ว ทำให้เหลืออายุการใช้งานอีกเพียงไม่กี่ปี ประกอบกับทางด้าน “โฟลเรนติโน เปเรซ” บิ๊กบอสของถิ่น ซานติเอโก้ เบอร์นาบิว มีนโยบายสร้างทีมใหม่จากแข้งพลังหนุ่ม ทำให้ดาวเตะวัย 24 ปี กลายเป็นเป้าหมายหลักในการเสริมทัพไปโดยปริยาย

 สำหรับ วิลเฟร็ด เอ็นดีดี้ ย้ายจาก เกงค์ ในลีกเบลเยียม มาค้าแข้งกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัวราว 17 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 746 ล้านบาท เมื่อช่วงตลาดหน้าหนาวปี 2017 ซึ่งเป็นช่วงไล่เลี่ยกับที่ “เอ็นโกโล่ ก็องเต้” ย้ายไปอยู่กับ เชลซี ก่อนที่เจ้าตัวจะพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาเป็นแกนหลักในแดนกลางของทัพ “จิ้งจอกสยาม” และกลายเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ตัวแย่งบอลที่ดีที่สุดของ พรีเมียร์ลีก ลงสนามไปแล้ว 187 นัด ทำได้ 9 ประตู กับอีก 11 แอสซิสต์ รวมทุกรายการ

ติดตามการซื้อตัวนักบอลของแต่ละทีมได้ที่นี่ dailyflytyer